อ่านสเปค Inverter อย่างไร? ให้ดูโปร…

            ในการเลือกซื้อ Inverter นั้น เราจะมีวิธีการเลือกซื้ออย่างไร? หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบ และไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดีเพื่อครอบคลุมมากที่สุด และได้ประสิทธิภาพสูงสุด วันนี้เรามีวิธีง่ายๆ มาฝากกันค่ะ

           1. ดูเฟสของไฟบ้านที่บ้านท่านใช้งาน ขนาดของไฟบ้านของบ้านท่านว่าใช้ไฟกี่เฟส เพื่อเลือกอินเวอร์เตอร์ให้ถูกต้องกับบ้านของท่าน

           2. เลือกแบรนด์ Inverter ที่ท่านต้องการ และนำชื่อแบรนด์ที่ท่านเลือกไปค้นหาใน list ของการไฟฟ้าว่าอยู่ใน list ของการไฟฟ้าหรือไม่ ถ้าโดยปกติท่านอยู่กรุงเทพและปริมณฑล จะถูกดูแลด้วยการไฟฟ้านครหลวง (MEA) ถ้าต่างจังหวัดดูแลโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เพื่อตรวจสอบว่าแบรนด์ที่เราต้องการนั้น มีการจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว และวางใจได้ค่ะ

ตัวอย่าง บ้าน A อยู่ในกรุงเทพฯ ทำการค้นหาข้อมูล list inverter ที่ MEA

           3. นำชื่อรุ่นที่ได้จากการค้นหาไปค้นหาข้อมูลสเปคสินค้าใน Google เพื่อนำข้อมูลสเปคสินค้ามาใช้ในการเลือกซื้อดังภาพ

           4. นำข้อมูลสเปค Inverter ที่ท่านเลือกมาวิเคราะห์ เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า โดยข้อมูลที่เราจะดูค่ามีดังนี้

                  4.1 ค่า Max. DC Input power จาก Inverter ที่เราเลือกจะอยู่ที่ 3.3kw แต่เราสามารถใช้โซล่าเซลล์ได้ถึง 4.5kw สาเหตุเนื่องจากว่าปกติโซล่าเซลล์ในบ้านเราจะไม่สามารถผลิตได้ที่ maximum ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะเป็นตอนเที่ยงก็ตาม เพราะภูมิประเทศของเรานั้นมีอุณหภูมิที่สูง มุมแผงโซล่าเซลล์ที่ต่างกัน ดังนั้นในการออกแบบเราจะใช้กำลังของฝั่งโซล่าเซลล์สูงกว่าอินเวอร์เตอร์ 10-20% เพราะฉะนั้นเราควรสอบถามช่างให้ดีก่อนว่าควรติดโซล่าเซลล์กี่แผงถึงจะเหมาะสมค่ะ

                  4.2 ค่า Max. PV voltage (V) เป็นค่าที่สำคัญเพราะค่า V ของแผงโซล่าเซลล์ห้ามเกินค่านี้ เพราะถ้าหากเกินค่านี้ อินเวอร์เตอร์ไม่มีตัวป้องกัน ก็จะทำให้อินเวอร์เตอร์เสียหายได้ หรือหากอินเวอร์เตอร์มีตัวป้องกัน ก็ไม่ควรที่จะต่ออนุกรมให้เกินค่านี้เด็ดขาดค่ะ

                  4.3 ค่า Rated input voltage (V) เป็นค่าที่ทำให้ประสิทธิภาพของ Inverter สูงที่สุด กล่าวคือ ในการต่ออนุกรมแผงโซล่าเซลล์ควรต่อให้ใกล้เคียงค่านี้มากที่สุด โดยใช้ Vmp (ค่าแรงดันสูงสุดตอนที่แผงโซล่าเซลล์ให้กำลังสูงสุด วัดตอนที่แผงโซล่าเซลล์ให้กำลังสูงสุด)

                  ตัวอย่าง Vmp = 40V ต่อแผง เราควรจะอนุกรมให้ได้ประมาณ 9 แผง นั่นก็คือ 40V * 9 = 360V แต่ในความเป็นจริงเราอาจจะไม่ได้ต่อได้ตามตัวอย่าง แต่ควรให้การต่อแผงอยู่ใน MPPT voltage range

                  4.4 ค่า Rated output power [W] เป็นกำลังไฟขาออกฝั่ง AC ไม่ว่าเราจะติดแผงมากกว่าค่านี้ยังไง กำลังไฟก็จะไม่เกินค่านี้ค่ะ

                  4.5 ค่า Max. Output current และ Nominal grid voltage ใช้ในการออกแบบขนาดของสายไฟที่ราก Inverter ไปยังตู้ไฟ AC ว่าควรมีขนาดเท่าไหร่

                  4.6 ค่า Max. Efficiency และ Euro- Efficiency เป็นค่าประสิทธิภาพ

                  – ค่าประสิทธิภาพของโซนอเมริกา Efficiency ควรมากกว่า 96-97%

                  – ค่าประสิทธิภาพของโซนยุโรป Euro- Efficiency ควรอยู่ที่ มากกว่า 95%

                  4.7 ค่า Anti-islanding Protection เป็นตัวป้องกระแสไฟไหลย้อนกลับ ในกรณีไฟตก ซึ่งตัวอินเวอร์เตอร์ควรมีไว้เพื่อตัดไฟป้องกันค่ะ

           4. นำข้อมูลสเปค Inverter ที่ท่านเลือกมาวิเคราะห์ เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า โดยข้อมูลที่เราจะดูค่ามีดังนี้

                  4.1 ค่า Max. DC Input power จาก Inverter ที่เราเลือกจะอยู่ที่ 3.3kw แต่เราสามารถใช้โซล่าเซลล์ได้ถึง 4.5kw สาเหตุเนื่องจากว่าปกติโซล่าเซลล์ในบ้านเราจะไม่สามารถผลิตได้ที่ maximum ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะเป็นตอนเที่ยงก็ตาม เพราะภูมิประเทศของเรานั้นมีอุณหภูมิที่สูง มุมแผงโซล่าเซลล์ที่ต่างกัน ดังนั้นในการออกแบบเราจะใช้กำลังของฝั่งโซล่าเซลล์สูงกว่าอินเวอร์เตอร์ 10-20% เพราะฉะนั้นเราควรสอบถามช่างให้ดีก่อนว่าควรติดโซล่าเซลล์กี่แผงถึงจะเหมาะสมค่ะ

                  4.2 ค่า Max. PV voltage (V) เป็นค่าที่สำคัญเพราะค่า V ของแผงโซล่าเซลล์ห้ามเกินค่านี้ เพราะถ้าหากเกินค่านี้ อินเวอร์เตอร์ไม่มีตัวป้องกัน ก็จะทำให้อินเวอร์เตอร์เสียหายได้ หรือหากอินเวอร์เตอร์มีตัวป้องกัน ก็ไม่ควรที่จะต่ออนุกรมให้เกินค่านี้เด็ดขาดค่ะ

                  4.3 ค่า Rated input voltage (V) เป็นค่าที่ทำให้ประสิทธิภาพของ Inverter สูงที่สุด กล่าวคือ ในการต่ออนุกรมแผงโซล่าเซลล์ควรต่อให้ใกล้เคียงค่านี้มากที่สุด โดยใช้ Vmp (ค่าแรงดันสูงสุดตอนที่แผงโซล่าเซลล์ให้กำลังสูงสุด วัดตอนที่แผงโซล่าเซลล์ให้กำลังสูงสุด)

                  ตัวอย่าง Vmp = 40V ต่อแผง เราควรจะอนุกรมให้ได้ประมาณ 9 แผง นั่นก็คือ 40V * 9 = 360V แต่ในความเป็นจริงเราอาจจะไม่ได้ต่อได้ตามตัวอย่าง แต่ควรให้การต่อแผงอยู่ใน MPPT voltage range

                  4.4 ค่า Rated output power [W] เป็นกำลังไฟขาออกฝั่ง AC ไม่ว่าเราจะติดแผงมากกว่าค่านี้ยังไง กำลังไฟก็จะไม่เกินค่านี้ค่ะ

                  4.5 ค่า Max. Output current และ Nominal grid voltage ใช้ในการออกแบบขนาดของสายไฟที่ราก Inverter ไปยังตู้ไฟ AC ว่าควรมีขนาดเท่าไหร่

                  4.6 ค่า Max. Efficiency และ Euro- Efficiency เป็นค่าประสิทธิภาพ

                  – ค่าประสิทธิภาพของโซนอเมริกา Efficiency ควรมากกว่า 96-97%

                  – ค่าประสิทธิภาพของโซนยุโรป Euro- Efficiency ควรอยู่ที่ มากกว่า 95%

                  4.7 ค่า Anti-islanding Protection เป็นตัวป้องกระแสไฟไหลย้อนกลับ ในกรณีไฟตก ซึ่งตัวอินเวอร์เตอร์ควรมีไว้เพื่อตัดไฟป้องกันค่ะ

           4. นำข้อมูลสเปค Inverter ที่ท่านเลือกมาวิเคราะห์ เพื่อใช้ในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า โดยข้อมูลที่เราจะดูค่ามีดังนี้

4.1 ค่า Max. DC Input power จาก Inverter ที่เราเลือกจะอยู่ที่ 3.3kw แต่เราสามารถใช้โซล่าเซลล์ได้ถึง 4.5kw สาเหตุเนื่องจากว่าปกติโซล่าเซลล์ในบ้านเราจะไม่สามารถผลิตได้ที่ maximum ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะเป็นตอนเที่ยงก็ตาม เพราะภูมิประเทศของเรานั้นมีอุณหภูมิที่สูง มุมแผงโซล่าเซลล์ที่ต่างกัน ดังนั้นในการออกแบบเราจะใช้กำลังของฝั่งโซล่าเซลล์สูงกว่าอินเวอร์เตอร์ 10-20% เพราะฉะนั้นเราควรสอบถามช่างให้ดีก่อนว่าควรติดโซล่าเซลล์กี่แผงถึงจะเหมาะสมค่ะ

4.2 ค่า Max. PV voltage (V) เป็นค่าที่สำคัญเพราะค่า V ของแผงโซล่าเซลล์ห้ามเกินค่านี้ เพราะถ้าหากเกินค่านี้ อินเวอร์เตอร์ไม่มีตัวป้องกัน ก็จะทำให้อินเวอร์เตอร์เสียหายได้ หรือหากอินเวอร์เตอร์มีตัวป้องกัน ก็ไม่ควรที่จะต่ออนุกรมให้เกินค่านี้เด็ดขาดค่ะ

4.3 ค่า Rated input voltage (V) เป็นค่าที่ทำให้ประสิทธิภาพของ Inverter สูงที่สุด กล่าวคือ ในการต่ออนุกรมแผงโซล่าเซลล์ควรต่อให้ใกล้เคียงค่านี้มากที่สุด โดยใช้ Vmp (ค่าแรงดันสูงสุดตอนที่แผงโซล่าเซลล์ให้กำลังสูงสุด วัดตอนที่แผงโซล่าเซลล์ให้กำลังสูงสุด)

       ตัวอย่าง Vmp = 40V ต่อแผง เราควรจะอนุกรมให้ได้ประมาณ 9 แผง นั่นก็คือ 40V * 9 = 360V แต่ในความเป็นจริงเราอาจจะไม่ได้ต่อได้ตามตัวอย่าง แต่ควรให้การต่อแผงอยู่ใน MPPT voltage range

4.4 ค่า Rated output power [W] เป็นกำลังไฟขาออกฝั่ง AC ไม่ว่าเราจะติดแผงมากกว่าค่านี้ยังไง กำลังไฟก็จะไม่เกินค่านี้ค่ะ

4.5 ค่า Max. Output current และ Nominal grid voltage ใช้ในการออกแบบขนาดของสายไฟที่ราก Inverter ไปยังตู้ไฟ AC ว่าควรมีขนาดเท่าไหร่

4.6 ค่า Max. Efficiency และ Euro- Efficiency เป็นค่าประสิทธิภาพ

  • ค่าประสิทธิภาพของโซนอเมริกา Efficiency ควรมากกว่า 96-97%
  • ค่าประสิทธิภาพของโซนยุโรป Euro- Efficiency ควรอยู่ที่ มากกว่า 95%

4.7 ค่า Anti-islanding Protection เป็นตัวป้องกระแสไฟไหลย้อนกลับ ในกรณีไฟตก ซึ่งตัวอินเวอร์เตอร์ควรมีไว้เพื่อตัดไฟป้องกันค่ะ

ข้อมูลเบื้องต้นก็เป็นเพียงแนวทางที่จะช่วยให้ท่านดูสเปคของ Inverter ได้ง่ายขึ้น

เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการเลือกซื้อ Inverter ค่ะ

หากท่านสนใจสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติ่มได้ที่

CALL CENTER : 1247

Web site : PSI.CO.TH

LINE : @PSI1247

FB : https://www.facebook.com/psisats

ข้อมูลเบื้องต้นก็เป็นเพียงแนวทางที่จะช่วยให้ท่านดูสเปคของ Inverter ได้ง่ายขึ้น

เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการเลือกซื้อ Inverter ค่ะ

หากท่านสนใจสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติ่มได้ที่

CALL CENTER : 1247

Web site : PSI.CO.TH

LINE : @PSI1247

FB : https://www.facebook.com/psisats

ข้อมูลเบื้องต้นก็เป็นเพียงแนวทางที่จะช่วยให้ท่าน

ดูสเปคของ Inverter ได้ง่ายขึ้น

เพื่อช่วยในการตัดสินใจในการเลือกซื้อ Inverter

หากท่านสนใจสั่งซื้อหรือสอบถามเพิ่มเติ่มได้ที่

CALL CENTER : 1247

Web site : PSI.CO.TH

LINE : @PSI1247

FB : https://www.facebook.com/psisats

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *