7 ความเชื่อใช้แอร์แบบผิดๆ ที่คิดว่า Save ค่าไฟ

           ท่านรู้หรือไม่ว่าการใช้แอร์หรือเครื่องปรับอากาศแบบผิดๆ ที่คิดว่าจะช่วยลดค่าแอร์ได้ แต่กลับกันทำให้ค่าแอร์สูงขึ้นต่างหาก ส่งผลให้สิ้นเปลืองพลังงานและจ่ายค่าไฟมากกว่าเดิม เรามาดูกันดีกว่าค่ะว่าเราเผลอทำอะไรกันไปบ้าง ที่ส่งผลทำให้ค่าแอร์แพงขึ้น แล้วจะแก้ไขได้อย่างไรดี

           1. ใช้แอร์หรือเครื่องปรับอากาศเครื่องเก่าไม่ยอมเปลี่ยน

แอร์หรือเครื่องปรับอากาศที่เราใช้อยู่ปัจจุบัน จะมีวันเสื่อมสภาพของตัวเครื่อง เมื่อเราใช้มาเป็นเวลานาน เครื่องก็จะเสื่อมสภาพตามการใช้งาน ซึ่งหลายๆ ท่านก็ยังใช้เครื่องเดิมอยู่ไม่ยอมเปลี่ยน  เพราะเห็นว่ายังใช้ได้อยู่ซึ่งจริงๆ แล้ว แม้ตัวเครื่องภายนอกจะยังดูดี แต่ระบบภายในก็เสื่อมไปตามระยะเวลาในการใช้งาน โดยเฉพาะแอร์เก่าๆ ที่ใช้งานมานานเกิน 15 ปี ซึ่งนอกจากจะต้องเสียค่าซ่อมบำรุงรักษาที่แพงแล้ว ยิ่งใช้นานก็ยิ่งกินไฟอีกต่างหาก

ดังนั้นแทนที่จะช่วยประหยัดไฟอาจต้องจ่ายค่าบำรุงรักษามากกว่าการซื้อเครื่องใหม่อีกต่างหากค่ะ ซึ่งเครื่องปรับอากาศในปัจจุบันนี้ ก็มีทั้งการพัฒนาระบบและฟังก์ชันมากมาย เพื่อช่วยประหยัดไฟได้มากกว่า แถมยังตอบโจทย์การใช้งานของเรามากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ แนะนำให้เปลี่ยนเครื่องดีกว่านะคะ ดีกว่าต้องเสียค่าซ่อมหลายๆ ครั้งค่ะ

           2. ยิ่งค่า BTU ของเครื่องปรับอากาศยิ่งสูงยิ่งดี

          ในการซื้อเครื่องปรับอากาศส่วนใหญ่ หลายท่านเชื่อว่าการที่ BTU ของแอร์สูงเท่าไหร่ก็จะทำให้เครื่องเย็นเท่านั้น แต่ความจริงแล้วการที่แอร์มี BTU ที่สูงจะทำให้คอมเพรสเซอร์แอร์ตัดบ่อย หรือหากเลือก BTU ที่ต่ำเกินไปกว่าขนาดห้อง ก็จะทำให้เครื่องทำงานหนักจนเกินไป ดังนั้นควรเลือก BTU ของเครื่องปรับอากาศให้เหมาะสมกับขนาดห้องที่เราต้องการค่ะ โดยเรามีวิธีการคำนวณ BTU เบื้องต้นมาฝากกันค่ะ

การคำนวณ BTU แอร์เบื้องต้น

BTU =  พื้นที่ห้อง ( กว้าง x ยาว ) x ความแตกต่าง

ความแตกต่างแบ่งได้ 2 ประเภท

600 – 700 = ห้องที่มีความร้อนน้อยใช้เฉพาะกลางคืน

700 – 800 = ห้องที่มีความร้อนสูงใช้กลางวันมาก

ทั้งนี้ในการคำนวณค่า BTU จำเป็นต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ ร่วมด้วย อาทิเช่น

– ขนาดห้องของหน้าต่าง และมุมต่างๆ ของห้อง

– ทิศทางของห้องนั้นๆ ว่าโดนแดดมากน้อยเพียงใด

– วัสดุหลังคา มีฉนวนกันความร้อนภายในบ้านหรือไม่

            – จำนวนบุคคนที่ใช้งานในห้องนั้นๆ

           3. ไม่ตรวจสอบตำแหน่งก่อนติดตั้งเครื่องปรับอากาศ

           การติดตั้งแอร์สิ่งที่ต้องคำนึงเป็นลำดับต้นๆ ก็คือตำแหน่งของการติดตั้งแอร์ โดยตำแหน่งในการติดตั้งแอร์นั้นต้องวางในตำแหน่งที่เหมาะสม  เพื่อที่จะช่วยให้แอร์ไม่ต้องทำงานหนักและประหยัดค่าไฟได้อีกทางหนึ่ง โดยพื้นที่ที่ติดตั้งแอร์ควรเป็นพื้นที่โล่ง ไม่มีสิ่งของบังทางลม พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงบริเวณที่เป็นมุมอับ การติดตั้งแอร์บนผนังบ้านที่รับแสงแดดจัดหรือทิศตะวันตกเพราะจะทำให้ตัวเครื่องทำงานหนัก และส่งผลให้คุณภาพรวมถึงไม่ติดตั้งแอร์บริเวณใกล้กับประตูหรือหน้าต่าง เนื่องจากจะทำให้ความร้อนภายนอกไหลเข้ามาแทนที่อากาศภายในได้ง่ายค่ะ

          4. เปิดแอร์พร้อมพัดลมทำให้เปลืองไฟ

          หลายท่านมีความคิดที่ว่าการเปิดพัดลมพร้อมกับแอร์ ทำให้เปลืองไฟ ซึ่งจริงๆ แล้วการเปิดแอร์ให้ประหยัดไฟควรเปิดพัดลมควบคู่กับการเปิดแอร์ไปด้วย เพราะว่าการทำดังกล่าวจะทำให้ห้องเย็นขึ้นและช่วยประหยัดไฟได้ค่ะ ซึ่งเรามีเคล็ดลับง่ายๆ ที่จะทำให้เราไม่เปลืองไฟมาฝากกันค่ะ

4.1 ปรับแอร์ไปที่ 25-27 องศาเซลเซียส

4.2 เปิดพัดลมไปพร้อมๆ แอร์จะช่วยกระจายลมเย็นให้ทั่วห้อง และช่วยลดอุณหภูมิในห้องได้อีก 1-2 องศาเลยทีเดียว

          5. เปิดแอร์อุณหภูมิต่ำจะช่วยให้ห้องเย็นเร็วขึ้น

          หลายท่านคงเคยปรับแอร์ให้มีอุณหภูมิต่ำ เพราะอยากให้ห้องเย็นเร็วขึ้น ซึ่งจริงๆ แล้วทำให้สิ้นเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุค่ะ  เพราะในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าท่านจะตั้งให้อุณหภูมิต่ำสักแค่ไหนก็ตาม แอร์ก็จะใช้เวลาในการทำความเย็นพอๆ กับการตั้งอุณหภูมิปกติอยู่ดี ทางที่ดีนั้น หากท่านอยากให้ห้องมีความเย็นเร็วขึ้น ควรที่จะเปิดพัดลมควบคู่กันกับการเปิดแอร์ค่ะ เพราะการเปิดพัดลมช่วยนั้น จะช่วยลดอุณหภูมิในห้องได้อีก ถึง 1-2 องศาเลยทีเดียวค่ะ

          6. อุณหภูมิ 25 องศา ช่วยประหยัดไฟได้มากที่สุด

          แม้ว่าการตั้งอุณหภูมิแอร์ที่ 25 องศา จะช่วยประหยัดไฟก็จริง แต่ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นค่ะ เพราะจริงๆ แล้วควรใส่ใจดูแลรักษาตัวเครื่องไปพร้อมกัน โดยหมั่นตรวจเช็คระบบแอร์อยู่เสมอๆ และทำความสะอาดเแอร์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานและทำให้ตัวเครื่องทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ

          7. เปิด-ปิดแอร์บ่อยประหยัดไฟมากกว่า

          การที่เปิด-ปิด แอร์บ่อยๆ หลายท่านคิดว่าจะช่วยประหยัดไฟได้มากกว่า แต่ความจริงแล้วส่งผลเสียกับตัวเครื่องไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะการทำแบบนี้จะทำให้เครื่องทำงานหนักและอายุการใช้งานสั้นกว่าที่ควรจะเป็น เนื่องจากว่าในการทำงานแต่ละครั้งเครื่องจะต้องเริ่มการประมวลผลการทำงานใหม่ตลอดๆ เวลา หากเราเปิด-ปิดบ่อยๆ เครื่องก็จะต้องเริ่มใหม่ทุกครั้งไป ถ้าที่ดีควรที่จะเปิด ปิดเป็นเวลาดีกว่าค่ะ เพื่อที่อายุการใช้งานของเครื่องสามารถใช้ได้นานยิ่งขึ้นค่ะ

          แม้ว่าปัจจุบันทุกครัวเรือนจะมีแอร์กันแทบทุกหลังแล้ว แต่ก็เชื่อว่าจะต้องมีคนเข้าใจผิดกันอยู่ดีค่ะ ฉะนั้นถ้าหากไม่อยากพลาดใช้แอร์ไม่ถูกวิธี จนเป็นสาเหตุทำให้เปลืองค่าไฟและเปลืองพลังงานแล้วละก็ เรามารีบแก้ไขปัญหาดังกล่าวกันนะคะ